เมืองไทยของเรากลับมาคึกคักอีกครั้งทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม เมื่อรัฐบาลประกาศให้มีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม 2562 ที่จะมาถึงนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยที่จะกลับเข้าสู่การเมืองแบบประชาธิปไตยเต็มรูปแบบอีกครั้งและเลือกตั้ง 62 หนนี้มีพรรคการเมืองหน้าใหม่พรรคการเมืองน้อยใหญ่เพิ่มขึ้นมาเป็นตัวเลือกอย่างอุ่นหนาฝาคั่งไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ ที่มีตัวเลือกไม่มากนักซึ่งนี่ถือเป็นนิมิตหมายอันดีเพราะการไร้ซึ่งตัวเลือกจนคนส่วนใหญ่ต้องโหวตโนเช่นในอดีตนั้นไม่เป็นผลดีต่อใครเลย

                พอพูดถึงการเลือกตั้งสิ่งแรก ๆ ที่ผู้คนห่วงใยคงไม่พ้นความสะอาด โปร่งใส เพราะต้องยอมรับว่าในอดีตหรือแม้แต่ปัจจุบันก็ตามกระบวนการนี้ยังมีช่องทางให้ทุจริตอยู่พอสมควร แม้ผู้ดูแลอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือเจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรมจะพยายามหาทางป้องกันและลงโทษผู้ทุจริตในสถานหนักแต่ก็ยังไม่วายมีผู้ไม่หวังดีพยายามกำหนดผลการเลือกตั้งอยู่เสมอ ด้วยเหตุดังกล่าวจึงทำให้นานาประเทศรวมทั้งประเทศไทยของเราเองเริ่มศึกษาหารือกันถึงความเป็นไปได้ที่จะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต “Big Data” คือเทคโนโลยีที่ว่าและมีความเป็นไปได้มากที่สุด มันสามารถลดขั้นตอน ประหยัดงบประมาณ และทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสยิ่งกว่าการลงคะแนนบนบัตรเลือกตั้ง โมเดลนี้ถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมาโดยวิธีการทำงานหลัก ๆ ของมันคือมีแหล่งเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ที่จะเป็นเซิร์ฟเวอร์หลักเชื่อมโยงไปยังหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ ผู้ลงคะแนนจะต้องยืนยันความถูกต้องด้วยการใช้บัตรประจำตัวประชาชนจากนั้นจึงเข้าคูหาเพื่อใช้งานแท็บเล็ตในการลงคะแนน ระหว่างนั้นกล้องจะทำการบันทึกภาพหรือวิดีโอใบหน้าของผู้ลงคะแนนเพื่อเป็นการป้องกันการสวมสิทธิ์ ผู้ลงคะแนนสามารถเลือกนักการเมืองและพรรคที่ตนเองต้องการโดยจะมีการแสดงภาพของผู้ลงสมัครและโลโก้ของพรรคการเมืองแต่ละพรรคเพื่อป้องกันการลงคะแนนให้ผิดคน ในส่วนของผู้พิการด้านการมองเห็นจะมีเจ้าหน้าที่คอยชี้แนะหรือใช้หูฟังมาช่วยขานชื่อผู้สมัครแต่ละคน ซึ่งระหว่างลงคะแนนหากมีการเปลี่ยนใจก็สามารถแก้ไขการลงคะแนนได้แต่หลังจากการกดยืนยันไปแล้วจะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ทั้งสิ้น หลังจากการกดปุ่มยืนยันข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางและเซิร์ฟเวอร์จะรวบรวมผลการนับคะแนนแบบเรียลไทม์ในทุกหน่วยเลือกตั้งจากนั้นจึงแสดงผลไปยังหน้าจอในทันที ทั้งกระบวนการนี้มีมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องน้อยมาก โดยเฉพาะปลายทางอย่างหน่วยเลือกตั้งจะไม่สามารถปรับแต่งอุปกรณ์ในการลงคะแนนหรือแก้ไขชุดคำสั่งในโปรแกรมใด ๆ ได้ แถมผู้ดูแลระบบในส่วนกลางจะต้องถูกจับตาโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งและสื่อมวลชนตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานดังนั้นมันจึงโปร่งใสไร้ช่องโหว่อันจะนำมาซึ่งการทุจริตค่อนข้างแน่

                ไม่ว่าการเลือกตั้งจะโปร่งใสมากน้อยเพียงใดหลักใหญ่ใจความของการเลือกตั้งที่แท้จริงนั่นก็คือการหานักพัฒนาที่ดีไปเป็นตัวแทนของถิ่นฐานเรา ดังนั้นแค่ความนิยมชมชอบในตัวผู้สมัครหรือพรรคเป็นการส่วนตัวไม่เพียงพอที่เราจะมอบคะแนนให้แต่ควรมอบคะแนนให้คนที่ตั้งใจจะเข้าไปในสภาเพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้ชุมชน คนที่แน่วแน่จะทำงานจริง คนที่จะไม่ทุจริตคอรัปชั่นถึงแม้เราจะไม่ได้ชื่นชอบในตัวเขาหรือพรรคของเขาก็ตามที

Author