เทคโนโลยีกลายเป็นปัจจัยสำคัญของการดำรงชีวิตของทุกคน เพื่อทำให้ทุก ๆ อย่างสามารถใช้งานและเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น สิ่งต่าง ๆ มากมายในอดีตที่เราไม่เคยจะสามารถทำได้ ก็ทำได้โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวกลาง ถ้าพูดถึงผลิตผลจากเทคโนโลยีที่เรากำลังใช้งาน กันคงพูดไม่หมด เพราะมันมีมากมายในทุก ๆ ด้าน

สำหรับการสื่อสาร เราสามารถติดต่อกับคนที่อยู่ห่างไกลได้หลากหลายวิธี มีแม้กระทั่งสามารถเห็นหน้ากันได้ผ่านเทคโนโลยีที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันดี นั่นคือวีดีโอคอล มีบริษัทมากมายที่ให้ความสำคัญกับการติดต่อสื่อสารทางไกล และต้องการให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด จึงตั้งใจพัฒนาเทคโนโลยี ที่จะสามารถทำให้เราเสมือนไปอยู่ในสถานที่เดียวกับคนที่เราต้องการจะสื่อสารด้วยได้

บอกได้เลยว่ามันสำเร็จไปอีกก้าวด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า telepresence ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ที่ใช้สำหรับการประชุมและสื่อสารโดยเฉพาะ มีกระแสมากมายเกี่ยวกับเทคโนโลยีชิ้นนี้ ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงบริษัทมากมายที่ให้พนักงานมาทำงานที่บริษัท เพื่อทำงานหรือประสานงานต่าง ๆ กับเพื่อนร่วมงาน ประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่พนักงานเดินทางมาทำงานที่ออฟฟิศนั้นยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่

มนุษย์จะสามารถไปอยู่ในทุกที่ได้ภายในไม่กี่นาทีได้แล้ว

Telepresence robot นั้นมีไลน์โปรดักค์ออกมามากมาย จากหลายบริษัท เช่น หุ่นยนต์ double2 จาก double robotic และ หุนยนต์ beam จากบริษัท blueocean ทั้งคู่เป็นหุ่นยนต์ที่มีไว้ใช้ในการประชุมหรือสื่อสารทางไกลทั้งคู่

โดยคุณสุมบัติของเจ้าหุ่นทั้งสองตัวคือ

  • มีหน้าจอที่ไว้ใช้แสดงหน้าของคนที่สื่อสารด้วย พร้อมกับกล้องหน้าที่คอยจับหน้าเราและไปแสดงที่จอของหุ่นอีกตัว
  • มีกล้องหลังที่ทำให้ผู้ใช้งานเห็นวิวด้านหน้าของหุ่น
  • สามารถเคลื่อนที่ได้โดยจะรับคำสั่งโดยการ remote control ผู้ใช้งานจะมีแอปพลิเคชันที่ไว้ใช้สำหรับควบคุมหุ่นทั้งการเดิน เลี้ยว หยุดหรือเข้าที่ชาร์จ

นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจและมีประโยชน์มาก เวลาทำการประชุมกัน เราสามารถอยู่ที่ไหนก็ได้แล้ว remote control เข้ามาที่หุ่นเพื่อทำการประชุมได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีในการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันกับหุ่น

คนเจอคนหรือหุ่นเจอหุ่น อันไหนจะดีกว่ากัน?
กลายเป็นข้อถกเถียงเล็ก ๆ ระหว่างคนสองกลุ่มที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันในเรื่องนี้ กลุ่มแรกยินดีที่จะนำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้กับบริษัทตัวเอง เพื่อจะลดค่าใช้จ่ายของบริษัทเช่น ค่าแม้บ้าน ค่าสวัสดิ์การที่บริษัทมีให้พนักงานที่บริษัท ค่าน้ำค่าไฟ และประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งนับได้ว่าสามารถลดค่าใช้จ่ายไปได้มากมายจริง ๆ บริษัทสามารถนำเงินที่ประหยัดได้นี้ไปลงทุนหรือไปช่วยพัฒนาบริษัทได้เป็นอย่างดี

แต่อีกมุมนึงก็มีคนที่ไม่ค่อยเห็นด้วยสำหรับการที่จะเอาหุ่นยนต์เข้ามาแทน และไม่มีพนักงานมาทำงานที่บริษัท เพราะคิดว่าคุณภาพของการประชุมที่เป็นคนจริง ๆ มันดีกว่าที่จะทำการประชุมโดยใช้หุ่นยนต์เป็นตัวกลาง ถ้าเกิดเหตุขัดข้องขึ้นกับสัญญาอินเตอร์เน็ตระบบการทำงานของหุ่นยนต์ก็จะเกิดปัญหา รวมไปถึงการเซ็นสัญญาที่จำเป็นต้องใช้ลายมือเพื่อยืนยันตัวตนและปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันและหาคำตอบที่ดีที่สุดไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทก็เริ่มนำ telepresence robot เข้ามาใช้งานในด้านอื่น ๆ เช่นตรวจเช็คของในสต๊อกสินค้าโดยที่สามารถลดจำนวนคนที่มีไว้เฝ้าของหรือเช็คของในโกดังได้ นอกจากบริษัทที่นำหุ่นยนตัวนี้มาใช้งาน บ้านที่มีผู้ป่วยหรือคนแก่อยู่ที่บ้านตลอดเวลา แต่ไม่มีคนดูแล ก็สั่งซื้อหุ่น telepresence robot ติดบ้านไว้เพื่อไว้คอย remote เข้ามาที่บ้าน เพื่อดูและสังเกตคนที่อยู่ที่บ้านได้

 

Author