ในยุคที่สมาร์ทโฟนเป็นอีกหนึ่งอวัยวะของทุกคน ไม่ว่าจะเล่นโซเชียลมีเดีย เล่นเกม หรือทำกิจกรรมต่าง ลำพังสมาร์ทโฟนเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำทุกอย่างได้ มันจำเป็นจะต้องมีแอปพลิเคชันที่ เปรียบเสมือนโปรแกรมไว้ใช้ทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น แอปพลิเคชันเฟสบุ๊คไว้เล่นโซเชียล ยูทูปไว้ดูคลิปวีดีโอ ไลน์ไว้คุยแชทกัน

หลายคนมีความต้องการที่จะสร้างแอปพลิเคชันของตัวเองขึ้นมา แต่ว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะมันอาศัยความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของคอมพิวเตอร์ หรือซอฟท์แวร์ต่าง ๆ คนที่ไม่ได้เรียนเฉพาะทางมาก็ยากที่จะเข้าถึง ทางผู้พัฒนาจึงได้สร้าง ionic creator ขึ้นมา เพื่อทำให้การสร้างแอปพลิเคชันนั้นง่าย เพียงแค่ลากสิ่งที่ต้องการมาวางรวมกันให้ออกมาเป็นแอปพลิเคชันของเราเอง

ความฉลาดและแสนรู้ของ ionic creator

ความจริงแล้วมีเครื่องมือมากมาย ที่สามารถใช้พัฒนาแอปพลิเคชันได้เองตามต้องการ แต่ต้องเป็นคนที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการคอมพิวเตอร์ในหลาย ๆ หัวข้อ บางทีอาจจะต้องใช้คนที่มีความรู้ด้านที่เราไม่รู้มาช่วยจนกว่าจะสำเร็จออกมาเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้ได้จริง ก็ต้องใช้เวลานาน

ionic framework คือเครื่องมือที่ใช้สร้าง html css และ javascript ไว้ใช้พัฒนาให้กลายเป็นแอปพลิเคชัน ในช่วงแรก ionic ก็เป็นอีกเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันทั้งระบบแอนดรอยด์และไอโอเอส แต่ตอนนี้ ionic ได้ปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาชื่อว่า ionic creator ซึ่งเป็นระบบใหม่ที่เอาใจคนธรรมดา ที่ไม่ค่อยได้มีความรู้เรื่องกับซอฟท์แวร์หรือการเขียนโปรแกรม เพราะมันออกแบบมาให้ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดใด ๆ เลย โดยจะมีฟังก์ชันทุกอย่างให้เลือกเป็นภาพ ผู้ใช้งานแค่เลือกสิ่งที่ต้องการแล้วลากลงมาไว้ในตำแหน่งที่ต้องการได้เลย นับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้พัฒนาแอปพลิเคชันของตัวเอง

ionic creator ฉีกกรอบหลักการทำแอปพลิเคชันซอฟท์แวร์โดยการโค้ดดิ้งออกอย่างสิ้นเชิง และเพิ่มความสะดวกสบายและโอกาสต่าง ๆ ให้กับคนที่ไม่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ แต่ต้องการที่จะมีแอปพลิเคชันเพื่อใช้กับธุรกิจของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องเสียเงินไปจ้างโปรแกรมเมอร์มาทำให้ ซึ่งใน ionic creator นั้นเป็นโปรแกรมออนไลน์บนเว็บไซต์ที่จะให้ผู้ใช้งานสมัครบัญชีผู้ใช้ แล้วเข้าไปสร้างแอปพลิเคชันของตัวเอง

ผู้ใช้งานสามารถสร้างหน้าตาส่วนต่าง ๆ ของแอปได้ด้วยตัวเอง ทั้งเรื่องของ สี รูปแบบหน้าของแอป ช่องกรอกข้อมูล ฟอนต์ ตำแหน่งและลักษณะต่าง ๆ ของปุ่มที่แสดงบนหน้าจอ ถือได้ว่าเป็นการออกแบบและสร้างแอปได้ตามใจผู้ใช้งานจริง ๆ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ทุกระบบที่จะสามารถทำการลากและวางหรือที่เรียกกันว่า drag and drop ได้ บางส่วนที่เป็นกระบวนการด้านหลังระบบหรือที่เรียกันว่าหลังบ้านหรือ Back-En ยังคงจำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ และการเขียนโค้ดอยู่ แต่ในอนาคตคาดว่าอาจจะมีการพัฒนาตัวระบบให้กลายเป็นเครื่องมือที่สามารถทำแอปพลิเคชันได้อย่างสำเร็จรูป เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้ที่ชอบในการออกแบบและจัดการด้วยตัวเอง

 

Author