มิจฉาชีพผงะเปิดบัญชีตอนนี้ต้องมีการสแกนใบหน้า

ทุกวันนี้มีการบริหารจัดการทรัพย์สินอย่างเงินฝากในธนาคารนั้นสะดวกขึ้นมากการทำธุรกรรมทั้งจ่าย โอนหรือถอนเงินสามารถทำได้ด้วยมือถือเพียงเครื่องเดียว แต่ความสะดวกสบายเหล่านั้นก็แลกมาด้วยความปลอดภัยที่น้อยลงเช่นกัน การที่ผู้คนหันไปใช้บริการแอปพลิเคชันธนาคารมากขึ้นทำให้การใช้บริการสาขาของธนาคารน้อยลง พนักงานประจำสาขาของธนาคารจึงไม่คุ้นชินเมื่อต้องปฏิบัติหน้าที่นาน ๆ ครั้งก่อให้เกิดความหละหลวมในการให้บริการเพราะหลงลืมวิธีการทำงานรวมทั้งการตรวจสอบความถูกต้องซึ่งจุดนี้กลายเป็นปัญหาขึ้นมาแล้วและเป็นข่าวดังอยู่บ่อยครั้ง ข่าวใหญ่ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์และเป็นหนึ่งในตัวเร่งให้การธนาคารต้องออกมาตรการมาป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นซ้ำในอนาคตคือกรณีที่มิจฉาชีพใช้บัตรประชาชนที่ทั้งชื่อและลายเซ็นไม่ตรงกับหลักฐานเจ้าของบัญชีเลยแต่กลับถอนเงินออกจากธนาคารไปได้โดยที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีตัวจริงไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกปฏิเสธความรับผิดชอบจนต้องออกมาเรียกร้องต่อสื่อเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทันทีที่ข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปสู่สังคมมันส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในทันที และนอกจากจะเกิดเสียงวิจารณ์แง่ลบเป็นวงกว้างทั้งในและนอกโลกโซเชียลแล้วผู้ใช้บริการธนาคารนั้นต่างพากันถอนเงินรวมทั้งปิดบัญชีเป็นจำนวนมาก ธปท.หรือธนาคารแห่งประเทศไทยมองเห็นช่องโหว่ที่เกิดขึ้นในกระบวนการนี้และสรุปว่าระบบยืนยันตัวตนในปัจจุบันนั้นยังไม่รัดกุมเพียงพอจึงเสนอทางออกด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการระบุตัวตนสำหรับประชาชนที่กำลังจะเปิดบัญชีใหม่ในอนาคต โดยเทคโนโลยีนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “เทคโนโลยีการพิสูจน์ตัวตนบุคคลด้วยใบหน้า (Facial recognition e-KYC)” เทคโนโลยีใหม่นี้มีความแม่นยำเที่ยงตรงในการตรวจสอบใบหน้าของมนุษย์กว่า 99% ทำให้การตบตาธนาคารด้วยการอ้างตัวเป็นเจ้าของบัญชีเพื่อถอนเงินหรือการเปิดบัญชีนอมินีเป็นสิ่งที่แทบจะทำไม่ได้ในอนาคต สถาบันการเงินมากกว่าสิบแห่งเห็นด้วยกับไอเดียนี้และเตรียมนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ ที่ริเริ่มวางระบบนี้ก่อนเพื่อนคือธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่เปิดตัวระบบนี้ไปเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา…

เทรนด์ “ไร้เงินสด” กำลังแรง ธนาคารญี่ปุ่นเตรียมปรับตัวนำมาใช้เพื่อผู้สูงอายุ

“สังคมไร้เงินสด” กำลังเป็นประเด็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทั่วโลกกำลังจับตา ยักษ์ใหญ่ทางธุรกิจเทคโนโลยีของจีนอย่าง Alibaba และบริษัทย่อยอย่าง Tencent กำลังเขย่าโลกด้วยการจะเปลี่ยนแปลงจีนทั้งประเทศให้ไปสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มตัว โดยที่พวกเขาพยายามที่จะพลิกอุตสาหกรรมการเงินของจีนโดยใช้เทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาช่วย ในขณะที่ “ญี่ปุ่น” อีกหนึ่งประเทศเทคโนโลยีสุดล้ำก็มองว่าเรื่องของสังคมไร้เงินสดเริ่มมีความสำคัญกับสังคมแบบญี่ปุ่น เพราะวันนี้ญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวแล้ว ประเทศต้องมีการปรับตัวโดยใช้เทคโนโลยีให้สอดคล้องกับสภาพผู้คนในสังคมได้แล้ว Mobile Banking & Wallet อนาคตที่ใช่และปัจจุบันที่เยี่ยม ต้องเรียกว่าเทคโนโลยี Mobile Banking นั้นเข้ามาพลิกโฉมการใช้จ่ายและการทำธุรกรรมการเงินของผู้คนในวันนี้ไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้นยังมีบริการด้านการใช้จ่ายและชำระเงินจากผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงินผ่านเทคโนโลยีที่เรียกว่า กระเป๋าเงินดิจิทัล หรือ…

บิทคอยน์สกุลเงินรูปแบบใหม่ช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ

เงินเป็นเครื่องมือหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ เงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนของโลก ช่วยกระตุ้นให้สินค้า และบริการต่าง ๆ ที่อยู่ในมือผู้ผลิตส่งตรงถึงมือผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง และรวดเร็ว โดยผู้ผลิตก็จะได้เงินในรูปแบบของกำไรจากการขายสินค้า ค่าจ้าง ค่าเช่า หรือดอกเบี้ย ผู้บริโภคก็จะได้ประโยชน์ในรูปแบบของสินค้า และบริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการ ไม่มีใครเป็นผู้ผลิต และผู้บริโภคไปตลอด ทุกคนสามารถเป็นได้ทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน เงินที่ได้มาก็จะต้องมีการแลกเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เงินจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเศรษฐกิจที่เรียกว่าทุนนิยม ที่สนับสนุนให้ทุกคน สามารถเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตได้ เพียงแค่มีทรัพย์สิน ทุกคนมีอิสระ…