อย่างที่ทราบกันดีในยุคเทคโนโลยีที่ซึ่งอะไร ๆ ก็สะดวกสบายและเป็นอัตโนมัติไปหมดทุกอย่าง ยิ่งเป็นด้านของธุรกิจแล้ว พูดได้เลยว่าเทคโนโลยีมีบทบาทมากเหลือเกิน กับการขับเคลื่อนแวดวงธุรกิจให้ก้าวสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว สมัยนี้คงหาบริษัทไหนที่ยังคงใช้ระบบการทำงานแบบ manual หรือที่เราเรียกกันว่าการทำงานแบบลงมือทำด้วยตัวเองได้ยากแล้ว เพราะการทำงานแบบนี้นั้นใช้เวลาในการทำงานเป็นอย่างมากในทุกขั้นตอน รวมไปถึงการเก็บข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ในรูปแบบของเอกสารเพียงแบบเดียวนั้น ก็ไม่ปลอดภัยมากพออีกด้วย แต่ในยุคดิจิตอลนี้ พวกเรามีการเปลี่ยนระบบการทำงานมากมายโดยใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดความสะดวก แม่นยำ และปลอดภัยมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการเก็บข้อมูล หรือ การสร้างแหล่งรวมข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้การทำงานในระบบนั้นเกิดความเสถียร

จะดีแค่ไหนถ้าทุกบริษัทสามารถที่จะรวมเทคโนโลยีที่กล่าวมาข้างต้นนี้กับระบบการจัดเก็บที่สามาถเข้าถึงที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ที่บริษัทหรือเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใด ๆ เข้าด้วยกัน จากนั้นทุกคนจสามารถทำงานที่ไหนก็ได้โดยการเข้าถึงระบบของบริษัทได้ทุกที่และสามารถมีชีวิตที่มีเวลาได้มากยิ่งขึ้น

Data center หัวใจหลักของบริษัท

เกือบทุกบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูล หรือ ระบบการทำงานต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต้องมี server หรือคอมพิวเตอร์ตัวกลาง ที่คอยจัดการเรื่องการเชื่อมต่อระบบ และ ส่งข้อมูลให้กับลูกข่ายหรือ client ซึ่งในหนึ่งบริษัทนั้นมีการใช้ server มากมายหลายรูปแบบและหลายลักษณะ จึงทำให้จำเป็นที่จะต้องมีศูนย์รวมของ server เหล่านี้เพื่อเป็นที่เก็บรักษาและช่วยในการทำงานของ server ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียกว่า Data center

Cloud computing ระบบคอมพิวเตอร์ที่ยิ่งใหญ่

                โดยทั่วไปการจัดเก็บข้อมูลหรือระบบเครือข่ายต่าง ๆ จำเป็นต้องทำใน server หรือคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ มากมายที่แตกต่างกัน ซึ่งยิ่งถ้าขนาดของข้อมูลของระบบต่าง ๆ มีขนาดใหญ่ ก็อาจจะเกิดปัญหากับตัว server หรือ ระบบการทำงานอื่น ๆ ด้วย cloud computing จึงถูกพัฒนามาเพื่อเป็นทั้งที่เก็บข้อมูล หรือ เชื่อมต่อระบบเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่มาก นอกจากนี้ cloud computing ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการติดตั้งฮาร์ดแวร์ และเกิดความวุ่นวายในการสถานที่จัดเก็บใด ๆ เพราะเราสามารถเข้าถึงและเชื่อมต่อกับ cloud computing ได้ผ่านอินเตอร์เน็ตโดยตรง

การรวมกันของสองเทคโนโลยี สร้างสรรค์ผลงานเปลี่ยนสังคม

                มีบริษัทบางส่วนที่ได้เริ่มลงมือในการนำทั้ง data center ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดูแล server ของทั้งระบบที่มีลักษณะการทำงานที่ต่างกันไป เพื่อช่วยดูแลรักษาและทำให้เสถียรมากขึ้น มารวมกับ cloud computing ที่มีทั้งการเก็บข้อมูล และ เชื่อมต่อเครือข่ายขนาดใหญ่เข้าด้วยกัน รวมไปถึงสามารถเข้าถึงได้โดยผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาคือบริษัทที่มีศูนย์กลางของข้อมูล ที่มีทั้งการจัดเก็บข้อมูลและการเชื่อมต่อเครือข่ายขนาดใหญ่ ที่สามารถเข้าถึงได้จากที่ไหนก็ได้ เพียงแค่เชื่อมต่อผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้น

นั่นหมายความว่าต่อไปนี้ บริษัทสามารถที่จะให้พนักงานทำงานที่ไหนก็ได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องเข้าบริษัท หรือแม้แต่ไม่จำเป็นต้องมีสถานที่ในการติดตั้งเครื่องหรือฮาร์ดแวร์ที่ data center ของตัวบริษัท เพราะทุกอย่างได้ถูกจัดการและพัฒนารวมกับระบบ cloud computing ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งบริษัทสามารถลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสมากมายในการทำงาน และขับเคลื่อนตัวบริษัทต่อไปข้างหน้าได้อย่างก้าวกระโดด ผ่านการทำงานลักษณะนี้

 

Author